<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อธิบดีราชทัณฑ์&#039;แจงโควิดพุ่งนักโทษล้นคุก ปูพรมตรวจ100% ยันดูแลเต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค. 64 - กรมราชทัณฑ์ แถลงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในเรือนจำ และทัณฑสถาน นำโดย นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ต้องขังอยู่กว่า 3 แสนคน และมีเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานกว่า 1.3 หมื่นคน ซึ่งตั้งแต่เกิดการระบาด กรมราชทัณฑ์ ได้ใช้นโยบายในการสกัดกั้นไม่ให้เกิดภาวะการติดเชื้อในเรือนจำ โดยสั่งห้ามเข้าออก, กักตัวผู้ต้องขังใหม่ กลับมาจากการรักษา หรือกลับมาจากไปศาล 14 วัน ก่อนจะปล่อยกลับเข้าแดนปกติ โดยจะมีการตรวจหาเชื้อโควิด 2 ครั้ง หากพบเชื้อ จะได้พาไปรักษา ทั้งนี้ในการระบาดรอบแรก ติดไม่มาก แต่ก็เพิ่มขึ้นตามลำดับ ในช่วงของการระบาดรอบที่ 3 ในขณะนี้ ซึ่งสอดคล้องกับอัตราการติดเชื้อของประชาชนในประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวว่า เรือนจำทั่วประเทศมีทั้งหมด 143 แห่งนั้น เป็นสถานที่ปิด ไม่มีคนเข้าออก น่าจะควบคุมโรคได้ง่าย แต่แท้จริงแล้ว เรือนจำมีเจ้าหน้าที่ต้องควบคุมผู้ต้องขังไปรักษา หรือขึ้นศาลบ้าง ขณะที่สภาพภายในเรือนจำ ค่อนข้างคับแคบ มีปริมาณนักโทษจำนวนมาก เกือบจะเข้าสู่นักโทษล้นคุก&amp;nbsp; ดังนั้นในเรื่องของสุขภาพอนามัย และการป้องกันโรคติดต่อต่างๆ จึงทำได้อย่างจำกัด ซึ่งทางกรมราชทัณฑ์ยืนยันว่า จะดูแลผู้ต้องขังที่อยู่ในความดูแลอย่างดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สาเหตุที่มีรายงานผู้ติดเชื้อแบบก้าวกระโดดนั้น เป็นเพราะเมื่อพบเชื้อแล้ว จึงได้มีการตรวจหาเชิงรุก ตามแนวทางการสอบสวนโรค และจากรายงานพบว่า มีเรือนจำประมาณ 15 แห่งทั่วประเทศ ที่พบผู้ต้องขังป่วยโควิด ซึ่งกำลังดำเนินการแก้ไข ส่วนที่เหลือก็ได้ดำเนินการเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ ส่วนผู้ต้องขังที่ติดเชื้อ ก็จะได้ทำการรักษาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ประชาชนอย่าได้กังวลใจ หลังการติดเชื้อในเรือนจำ ที่มีอัตราการติดเชื้อมากกว่าภายนอกหลายเท่า เพราะเราอยู่กันอย่างแออัด ซึ่งเราจะได้ปูพรมในการตรวจหาเชื้อ ซึ่งคาดว่าอาจจะมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นอีก แต่อยากให้มั่นใจว่า ผู้ที่ติดเชื้อ จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องของยา ซึ่งมีข้อจำกัดจำนวนมาก ทางกรมราชทัณฑ์ได้รับการสนับสนุนในการจัดซื้อยาเพื่อให้โรงพยาบาลราชทัณฑ์ และเรือนจำทุกแห่งที่มีผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้มีการจัดตั้งศูนย์ที่เป็นส่วนกลางขึ้นมาในการติดตามตัวเลขผู้ต้องขังที่ติดเชื้อ และรักษาหายแล้ว พร้อมสั่งให้เรือนจำทั่วประเทศ มีการจัดเจลแอลกอฮอล์ สบู่ฆ่าเชื้อโรค ไว้ให้ผู้ต้องขัง ที่สำคัญผู้บัญชาการเรือนจำ จะต้องบริหารงานให้ดีที่สุด ตัดสินใจให้เร็ว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการคัดกรอง เอกซเรย์ปอดทุกคน และถ้าหากเจอเชื้อจะได้ให้ยาทุกคน และเฝ้าระวังเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ส่วนผู้ที่แข็งแรง แนะนำให้ออกกำลังกายเป็นประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเจ้าหน้าที่ ได้มีการสั่งให้&amp;nbsp; SWABตรวจหาเชื้อ 100% ทุก 7 วัน ขณะที่ในเรือนจำที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อนั้น ให้ประสานสาธารณสุขจังหวัด ในการเข้าตรวจหาเชื้อทั้งหมดต่อไป ในส่วนของวัคซีนนั้น จะได้ทำการฉีดในเจ้าหน้าที่กว่าหมื่นคน พร้อมขอสนับสนุนเพิ่มเติมจากกรมควบคุมโรค ซึ่งจะฉีดให้ผู้ต้องขังครบทุกคนต่อไป พร้อมยืนยันว่า ไม่มีการปกปิดตัวเลขผู้ติดเชื้อแต่อย่างใด เนื่องจากหลังได้รับผลตรวจหาเชื้อโควิดแล้ว จะต้องคีย์ข้อมูลรายงานไปยังกรมควบคุมโรค สำหรับเรือนจำที่เฝ้าระวังในเขตกรุงเทพฯ มีอยู่ 8 เรือนจำ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103189</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุก, นายอายุตม์  สินธพพันธุ์, อธิบดีกรมราชทัณฑ์, เรือนจำ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a20feed656a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 10:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมราชทัณฑ์ จับมือ สดช.สร้างแพลตฟอร์มพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขังสู่ยุคดิจิทัล ด้วย 10 หลักสูตรออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 10 มีนาคม 2564 เวลา 14.00 น. นายอายุตม์&amp;nbsp; สินธพพันธุ์&amp;nbsp; อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขังให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล กับ นางวรรณพร&amp;nbsp; เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สดช.)&amp;nbsp; เป็นการเพิ่มศักยภาพของผู้ต้องขัง เพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งงาน โดยได้รับการจ้างงานเพื่อให้มีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตและปรับตัวเข้าสู่สังคมในช่วงแรกของการพ้นโทษ ทำให้ผู้ต้องขังเมื่อพ้นโทษแล้วไม่กลับไปกระทำความผิดซ้ำ กระตุ้นสังคมให้ปรับเปลี่ยนทัศนคติ ต่อผู้ต้องขัง รวมทั้งยอมรับและเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังกลับสู่สังคมใช้ชีวิตได้อย่างปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวว่า กลุ่มผู้ต้องขังเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างเท่าเทียม เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างการรับรู้และพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยิดิจิทัลระดับพื้นฐานแล้ว ผู้ต้องขังบางรายที่มีทักษะอยู่แล้วแต่ต้องหยุดชะงักไประหว่างถูกคุมขัง ก็ควรได้รับการยกระดับความสามารถด้วยเช่นกัน โครงการดังกล่าวจึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างงาน สร้างอาชีพของกรมราชทัณฑ์ให้ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงานปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการดังกล่าวจะเปิดสอน 10 หลักสูตร โดยมีหลักสูตรพื้นฐานการเป็นนักขายของออนไลน์ , พื้นฐานการเป็นนักเขียนบทความและนักรีวิวสินค้าออนไลน์ , การตัดต่อเสียง/ภาพและการทำ VTR , การวาดสติ๊กเกอร์ Line , การสร้างอินโฟกราฟฟิก , การตลาดออนไลน์ Google , การสร้างรายได้จาก Youtuber และการเปิดร้านค้าและการขายสินค้าออนไลน์ โดยผู้ต้องขังที่ร่วมโครงการจะได้รับการอบรมไม่น้อยกว่า 1 หลักสูตร หลักสูตรละไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง เพิ่มศักยภาพผู้ต้องขังเพิ่มการเข้าถึงแหล่งงาน สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง จำเป็นต่อการดำรงชีวิต รวมทั้งสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียมกับประชาชนทุกกลุ่มให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95705</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, นางวรรณพร  เทพหัสดิน ณ อยุธยา, นายอายุตม์  สินธพพันธุ์, เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_604992e5cbd63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
